แหล่งข่าวจากวงการรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน เปิดให้เอกชนเข้าร่วมเสนอกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ (TOR) วงเงินลงทุน 3.5 แสนล้านบาท โดยทั้งออกแบบรายละเอียดและก่อสร้าง (เทิร์นคีย์) เฉพาะค่าออกแบบ 6,000 ล้านบาท หรือ 2% ของมูลค่าลงทุน ที่เหลือเป็นการก่อสร้าง คาดว่าจะมีทั้งบริษัทที่ปรึกษาและผู้รับเหมาทั้งในและต่างประเทศสนใจจำนวนมาก

wr

ภาพรวมของการเข้าร่วมประมูล จะร่วมกันเป็นแพ็กเกจระหว่างบริษัทที่ปรึกษาและผู้รับเหมา และอาจจับมือผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษาต่างชาติด้วย เพราะทีโออาร์กำหนดคุณสมบัติไว้สูง โดยเฉพาะต้องมีผลงานเรื่องน้ำ เช่น สร้างอ่างเก็บน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำ มูลค่าไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท

"รับเหมาไทยที่เข้าข่ายมีแค่ 1-2 ราย คือ อิตาเลียนไทยที่ได้งานสร้างเขื่อน และ ช.การช่างที่เคยสร้างเขื่อนในลาว ส่วนซิโน-ไทยฯและรายอื่น หากจะเข้าประมูลต้องร่วมทุนกับบริษัทอื่น และต้องมีผลงานอย่างน้อย 2,000 ล้านบาทต่อสัญญา"

ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาในประเทศ ที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำมีอยู่ 2 บริษัท เช่น ทีมกรุ๊ป ที่เป็นกูรูเรื่องน้ำ, ปัญญาคอนซัลแตนท์ ทั้ง 2 บริษัทได้รับงานในกรมชลประทานมานาน ส่วนรายอื่น เช่น โปรเกรสเทคโนโลยี คอนซัลแท็นส์ เชี่ยวชาญเรื่องบำบัดน้ำเสีย

"ต้องดูแหล่งเงินที่รัฐบาลจะนำมาลงทุนด้วยว่ามาจากไหน และจะเป็นคีย์สำคัญของผู้รับเหมาที่จะได้งาน เช่น ถ้าเป็นเงินกู้จากจีน ทางจีนจะจัดมาเป็นแพ็กเกจทั้งบริษัทที่ปรึกษาและผู้รับเหมา ถ้าเป็นเงินกู้ญี่ปุ่น จะเป็นบริษัทของญี่ปุ่น รับเหมาไทยจะต้องผนึกกับประเทศเหล่านี้เข้าร่วม แต่ตอนนี้ภาพยังไม่ชัดเจน ต้องรอหลังวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ว่าใครมารับทีโออาร์บ้าง"

จากการสอบ ถามบริษัทรับเหมา เช่น ช.การช่าง อิตาเลียนไทย ซิโน-ไทยฯ ต่างกล่าวในทำนองเดียวกันว่า สนใจโครงการ แต่ขอดูรายละเอียดทีโออาร์ก่อน ยังมองไม่เห็นภาพว่ารัฐบาลต้องการให้ทำอะไรบ้าง และจะรวมถึงงานก่อสร้างหรือเปล่า เพราะทีโออาร์ไม่ชัดเจน

ด้านแหล่ง ข่าวจากบริษัท ปัญญาคอนซัลแตนท์ จำกัด เปิดเผยว่า สนใจจะเข้าร่วมประมูล ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับบริษัททีมฯ จะรวมตัวกันเสนอประมูลโครงการนี้ และได้รับการติดต่อจากบริษัทที่ปรึกษาเรื่องน้ำจากต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เพื่อให้บริษัทเข้าร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีก ว่า สำหรับแผนการลงทุน 3.5 แสนล้านบาท ประกอบด้วยโครงการลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและโครงการฟื้นฟูลุ่มน้ำอื่นในภาค อีสานและใต้ รวม 12 โครงการ เช่น ฟื้นฟูป่าและดินฝายแม้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท สร้างอ่างเก็บน้ำแก่งเสือเต้น แม่วงก์ กว่า 5 หมื่นล้านบาท จัดทำผังใช้ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทาน 6 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงสภาพลำน้ำปิง วัง ยม น่าน 7 พันล้านบาท จัดทำทางน้ำฟลัดเวย์ 1.2 แสนล้านบาท ปรับปรุงระบบเตือนภัย 3 พันล้านบาท เป็นต้น

 แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ณ วันที่ 11 ก.ค. 2555

 

ดาวน์โหลดโบรชัวร์

PYG Brochure ENPY Brochure EN

Go to top